ภาพรวมตราสารทางการเงิน

ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน / ตลาดหุ้น / ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

กระบวนการในการทำให้ตลาดทางการเงินสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกกำลังขยายตัว ตลาดหุ้น,สินค้าโภคภัณฑ์ และสกุลเงินได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้มีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งในตลาดการเงินปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับเงินลงทุนของนักลงทุนรายย่อยด้วย ไม่เฉพาะเพียงแต่เงินลงทุนก้อนใหญ่จากต่างประเทศเท่านั้น ทุกคนสามารถเทรดหุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์หรือสกุลเงินได้ ถึงแม้ว่าจะมีเงินไม่มาก เริ่มต้นเพียงแค่ไม่กี่ร้อยดอลลาร์! การพัฒนาเทคโนโลยีด้านอินเตอร์เนตทำให้การลงทุนหุ้นผ่านอินเตอร์เนตได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้ช่องว่างระหว่างประเทศแคบลงและใครๆก็สามารถลงทุนได้

ในขณะนี้นักลงทุนสามารเปิดบัญชีได้หนึ่งบัญชี และสามารถทำธุรกรรมตราสารทางการเงินได้ในหลายๆตลาด คือ ฟอเร็กซ์ (ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน), หลักทรัพย์ (หุ้น) หรือตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน / ตลาดฟอเร็กซ์

ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (ฟอเร็กซ์) เป็นตลาดโลกที่สกุลเงินของหนึ่งประเทศถูกแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินของอีกประเทศหนึ่ง ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินไม่มีสถานที่แน่นอนตายตัวและธรรมชาติของการเทรดนี้สามารถให้คำนิยามว่าเป็นตลาด over the counter (ตลาด OTC) ฟอเร็กซ์เป็นเครือข่ายของดีลเลอร์สกุลเงินที่มาเชื่อมต่อกับผ่านระบบโทรคมนาคม ดำเนินการ 24 ชั่วโมงต่อวัน

สกุลเงินหลักที่มีส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาดคือ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD), ยูโร (ERU), เยนของญี่ปุ่น (JPY), ฟรังก์ของสวิตเซอร์แลนด์ (CHF), ปอนด์ของอังกฤษ (GBP) แต่ละสกุลเงินก็จะมีความต้องการแตกต่างกันไป

ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินเปิดตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เนื่องจากในแต่ละช่วงเวลาจะมีสถาบันการเงินที่ทำการซื้อและขายในช่วงระหว่างวัน โดยตลาดจะเปิดที่เวลา 00.00 (GMT) ในวันจันทร์ และจะปิดที่เวลา 0.00 ในวันเสาร์ ซึ่งการที่ตลาดเปิดอย่างต่อเนื่องทำให้ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินนี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนและการเก็งกำไร

ฟีเจอร์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินก็คือการที่มีเลเวอเรจที่สูง:

เลเวอเรจที่ 1:100 ในตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินทำให้สามารถทำธุรกรรมได้โดยใช้เงินลงทุนที่น้อยลงถึงหนึ่งร้อยเท่าด้วยกัน ราคาที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน (ความผันผวน) ในตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินจะอยู่ที่ 150-250 จุด หมายความว่าทุกๆวันมีโอกาสที่จะทำกำไรได้ 1500-2500 USD ในแต่ละสัญญาที่ทำการซื้อขาย ที่ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินนี้ แน่นอนว่าบางครั้งอาจจะมีความผันผวนมาก (การแทรกแซงของธนาคารกลาง, ข่าวที่มีความสำคัญ) และผันผวนน้อยลงมา (การคาดการณ์ของเหตุการณ์ที่มีความสำคัญ แต่ด้วยการจัดการที่มีประสิทธิภาพของตลาดนี้ทำให้มีโอกาสในการทำกำไรได้สูงในขณะที่ใช้มาร์จินน้อย บริการที่ได้รับความนิยมในขณะนี้คือการเทรดที่ 1/10 ล็อต ทำให้กำไรและขาดทุนลดลงไป 10 เท่า ซึ่งทำให้มีโอกาสในการศึกษาในสภาพแวดล้อมของตลาดจริงได้โดยไม่เสี่ยงลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก

ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นเป็นตลาดที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ตามอุปสงค์และอุปทาน หน้าที่หลักของตลาดหุ้นคือการให้โอกาสบริษัทมหาชนและรัฐในการดึงดูดการลงทุนโดยการขายหุ้น ตลาดหุ้นยังมีหน้าที่รองก็คือเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายกับนักลงทุนคนอื่นๆได้ เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและลดความเสี่ยงจากการลงทุน สภาพคล่องในตลาดหุ้นจะมีน้อยกว่าตลาดฟอเร็กซ์ เงินคือเงิน และเป็นไปไม่ได้ที่ ตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักรหรือญี่ปุ่นจะประกาศยกเลิกสกุลเงิน ดังนั้นสภาพคล่องของสกุลเงินทั่วทั้งโลกคือ 100% อย่างไรก็ตามการล้มละลายของบริษัทนั้นสามารถเป็นไปได้

เวลาทำการของตลาดหุ้นจะไม่เกินตามเวลาทำงานปกติ ดังนั้นเวลาการเทรดจึงมีจำกัด ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านเทรดหุ้นของบริษัทอเมริกา โดยเทรดที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ค เวลาที่สามารถเทรดได้จะเริ่มต้นตั้งแต่ 14:30 (GMT) ไปจนถึง 21:00 แต่ทั้งนี้ก็มีข้อดีบางอย่างคือสามารถเทรดส่วนต่างตอนเวลาเปิดตลาดได้ ซึ่งไม่สามารถทำได้ในตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

ในตลาดหุ้นจะมีการใช้มาร์จินเริ่มต้นสูงกว่าตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน เนื่องจากว่าราคาหุ้นนั้นเคลื่อนไหวผันผวนมากกว่าสกุลเงิน ตัวอย่างเช่น ราคาที่ขึ้นลงของบริษัท Microsoft อาจจะเป็น $1-2 หรือสูงกว่า เมื่อเทียบจากราคาตลาดที่ $30 จะเห็นกว่าราคาที่ขึ้นลงนี้เป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก ดังนั้นเลเวอเรจของตลาดหุ้นนี้จะเป็นแค่ 1:10 เท่านั้น

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เป็นตลาดที่มีการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์จะต่างจากตลาดธรรมดาคือจะมีองค์กรตั้งกฎการซื้อขายโดยเฉพาะ หน้าที่หลักของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์คือการเป็นตัวกลางระหว่างคนซื้อและคนขาย โดยทำการซื้อขายด้วยสินค้าจริงๆ ตามกฎมาตรฐานสินค้าโภคภัณฑ์, สัญญาซื้อขาย การเสนอราคา, การแก้ไขปัญหาข้อพิพาท และอื่นๆ


จำนวนสินค้าที่ทำการซื้อขายระหว่างประเทศมีประมาณทั้งหมด 70 ชนิด ซึ่ง 30% เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น โลหะ (โลหะมีค่า, โลหะพื้นฐาน, โลหะหายาก), 'สินค้าอ่อน' (กาแฟ, โกโก้, น้ำตาล, พริกไทย), เมล็ดพืช, ผลิตภัณฑ์จากสัตว์, แหล่งพลังงาน (ก๊าซ, วัตถุดิบ, ผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน)

สินค้าโภคภัณฑ์จะไม่ได้แสดงในขณะการซื้อขาย การซื้อขายจะทำโดยไม่มีการนำเสนอและการตรวจสอบ แต่จะทำตามมาตรฐานสัญญาการซื้อขาย การตรวจสอบสินค้าให้ถูกต้องตามมาตรฐานและเงื่อนไขการส่งสินค้า ในการซื้อขายจะทำเป็นสัญญา โดยเขียนจำนวนสินค้า, ประเภท, หมวดหมู่ ตามที่ตกลงซื้อขายกัน ส่วนคนขายก็จะแสดงเอกสารที่ยืนยันการตรวจสอบสินค้า ส่วนใหญ่การซื้อขายระหว่างประเทศจะทำเป็นสัญญาฟิวเจอร์และออปชั่น

การซื้อขายในลักษณะนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นหลายร้อยเท่าเนื่องมาจากว่าธุรกรรมทุกธุรกรรมนั้นไม่ได้เป็นการซื้อขายสินค้าจริงๆ (มีเพียงธุรกรรม 1-2% เท่านั้นที่เป็นการซื้อขายสินค้าจริงๆ นอกนั้นจะเป็นการเก็งกำไรจากราคาส่วนต่าง) ราคาการซื้อขายประเภทนี้จะมีความผันผวนมากกว่าตลาดหุ้น และความเสี่ยงหลักคือทิศทางของราคา การเสนอราคาส่วนใหญ่จะเกิดจากการเก็งกำไร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากที่จะทำการวิเคราะห์ตลาดนี้ ดังนั้นผู้ที่เริ่มต้นจึงไม่เหมาะกับการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

Currency market / Stock market / Commodity market
*  บทความนี้จัดเตรียมและเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญจากแผนกวิเคราะห์ของบริษัท Company Larson & Holz IT Ltd : ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน / ตลาดหุ้น / ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
สงวนลิขสิทธิ์
Dear clients,

vacation season has come to an end, time to get back to business. Larson and Holz's plans are many and we can't wait to share news with you.
04.09.2019
Attention!
22.08.2019